ทางเดินดินของปลวกหน้าตาเป็นอย่างไร และมักพบตรงไหนในบ้าน

-
ผู้เข้าชม 0

ทางเดินดินของปลวกหน้าตาเป็นอย่างไร และมักพบตรงไหนในบ้าน

ทางเดินดินของปลวก เป็นหนึ่งในร่องรอยสำคัญที่ช่วยบอกได้ว่าปลวกอาจกำลังเข้ามาหาอาหารหรืออาศัยอยู่บริเวณใกล้บ้าน ลักษณะมักเป็นแนวดินสีน้ำตาลขนาดเล็ก พาดขึ้นตามผนัง เสา พื้น วงกบ หรือบริเวณรอยต่อของอาคาร

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าเป็นเพียงคราบดิน ฝุ่น หรือรอยเปื้อนจากความชื้น จึงปัดทิ้งโดยไม่ได้ตรวจสอบ แต่ภายในทางเดินดังกล่าวอาจมีปลวกงานกำลังเคลื่อนที่อยู่ หากปล่อยไว้นาน ปลวกอาจลุกลามเข้าสู่วงกบ เฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน พื้นไม้ หรือวัสดุที่มีเซลลูโลสภายในบ้านได้

บทความนี้จะพาไปดูว่า ทางเดินดินของปลวกหน้าตาเป็นอย่างไร แตกต่างจากคราบดินทั่วไปอย่างไร มักพบตรงไหน และเจ้าของบ้านควรทำอย่างไรเมื่อพบร่องรอยต้องสงสัย


ทางเดินดินของปลวกคืออะไร

ทางเดินดินของปลวก หรือที่บางคนเรียกว่า ท่อดินปลวก เป็นเส้นทางที่ปลวกสร้างขึ้นจากดิน เศษไม้ น้ำลาย และวัสดุขนาดเล็กในบริเวณนั้น

ปลวกใต้ดินต้องการสภาพแวดล้อมที่มืดและมีความชื้น จึงสร้างทางเดินดินขึ้นมาเพื่อใช้เคลื่อนที่ระหว่างรังใต้ดินกับแหล่งอาหารภายในบ้าน เช่น

  • วงกบไม้

  • บัวพื้น

  • เฟอร์นิเจอร์

  • โครงสร้างไม้

  • กระดาษ

  • กล่องลัง

  • หนังสือและเอกสาร

  • วัสดุที่มีส่วนประกอบของเซลลูโลส

ทางเดินนี้ยังช่วยป้องกันปลวกจากแสง อากาศแห้ง และศัตรูตามธรรมชาติ ทำให้ปลวกสามารถเดินทางเข้าสู่ตัวบ้านได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัวอยู่บนพื้นผิวโดยตรง


ทางเดินดินของปลวกหน้าตาเป็นอย่างไร

ลักษณะของ ทางเดินดินของปลวก อาจแตกต่างกันตามชนิดของดิน ความชื้น และพื้นผิวที่ปลวกสร้างทางเดิน แต่โดยทั่วไปมีลักษณะดังต่อไปนี้

มีลักษณะเป็นเส้นดินสีน้ำตาล

ทางเดินมักมีสีตั้งแต่น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม ไปจนถึงสีเทาปนน้ำตาล ขึ้นอยู่กับสีของดินในบริเวณบ้าน

แนวดินอาจพาดในแนวตั้งจากพื้นขึ้นผนัง หรือพาดตามรอยต่อของพื้นและวัสดุต่าง ๆ

เป็นแนวนูนขึ้นมาจากพื้นผิว

ทางเดินดินไม่ได้เป็นเพียงคราบแบน ๆ แต่จะนูนขึ้นเล็กน้อยคล้ายเส้นดินที่ถูกปั้นติดไว้บนผนัง

บางเส้นอาจมีขนาดเล็กเท่าดินสอ ขณะที่บางจุดอาจมีขนาดใหญ่หรือแตกแขนงออกเป็นหลายเส้น หากมีการใช้งานมานาน

ผิวมีลักษณะขรุขระและจับตัวแน่น

เมื่อมองใกล้ ๆ จะเห็นว่าผิวทางเดินไม่ได้เรียบสนิท แต่ประกอบด้วยเม็ดดินและเศษวัสดุขนาดเล็กเกาะรวมกัน

ทางเดินใหม่อาจมีสีเข้มและมีความชื้นมากกว่า ส่วนทางเดินเก่าอาจแห้ง แข็ง และแตกออกง่าย

ภายในอาจพบปลวกสีขาวนวล

หากเปิดทางเดินเพียงเล็กน้อย อาจพบปลวกงานลำตัวสีขาวหรือสีครีมเคลื่อนไหวอยู่ภายใน และรีบหลบหนีเมื่อสัมผัสแสง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรแกะหรือทำลายทางเดินทั้งหมด เพราะอาจทำให้ปลวกเปลี่ยนเส้นทางและทำให้การตรวจสอบต้นเหตุยากขึ้น


ทางเดินดินของปลวกต่างจากคราบดินทั่วไปอย่างไร

คราบดินทั่วไปมักเกิดจากน้ำกระเด็น ฝุ่น ความชื้น หรือดินที่ติดมากับวัสดุ จึงอาจดูคล้ายทางเดินของปลวกได้ในบางกรณี

สามารถสังเกตความแตกต่างเบื้องต้นได้ดังนี้

รูปร่างของรอยดิน

คราบดินทั่วไปมักกระจายตัวเป็นปื้นหรือเป็นรอยเปื้อน ส่วนทางเดินปลวกมักเป็นเส้นต่อเนื่อง มีทิศทางชัดเจน และมักเชื่อมจากพื้นดินไปยังไม้หรือช่องว่างของอาคาร

ลักษณะพื้นผิว

ทางเดินของปลวกจะมีความหนาและนูนออกมาจากพื้นผิว เมื่อแตะเบา ๆ จะรู้สึกว่าเป็นก้อนดินที่เกาะติดกัน

คราบดินทั่วไปมักบางกว่าและไม่มีโครงสร้างเป็นท่อหรือแนวยาวต่อเนื่อง

ตำแหน่งที่พบ

หากพบแนวดินในบริเวณมืด อับชื้น ใต้ตู้ ตามวงกบ หรือรอยต่อพื้นกับผนัง มีโอกาสเป็นทางเดินของปลวกมากกว่าคราบดินทั่วไป

มีการซ่อมแซมกลับมาใหม่

สามารถเปิดทางเดินเพียงช่วงสั้น ๆ ประมาณ 1–2 เซนติเมตร แล้วสังเกตในอีก 1–3 วัน หากพบว่ารอยเปิดถูกปิดกลับด้วยดินใหม่ อาจแสดงว่ายังมีปลวกใช้งานเส้นทางนั้นอยู่

วิธีนี้เป็นเพียงการตรวจเบื้องต้น ไม่สามารถยืนยันขนาดของรังหรือระดับความเสียหายทั้งหมดได้


ทางเดินดินของปลวกมักพบตรงไหนในบ้าน

ปลวกมักเลือกสร้างทางเดินในบริเวณที่ใกล้พื้นดิน มืด ชื้น และไม่ค่อยถูกรบกวน เจ้าของบ้านควรตรวจสอบจุดเสี่ยงต่อไปนี้เป็นประจำ

1. รอยต่อระหว่างพื้นกับผนัง

บริเวณขอบพื้นชั้นล่างเป็นจุดที่พบ ทางเดินดินของปลวก ได้บ่อย เพราะปลวกสามารถเดินทางขึ้นมาจากใต้ดินผ่านรอยแตกหรือช่องว่างของอาคาร

ควรสังเกตโดยเฉพาะบริเวณที่มีบัวพื้นปิดทับ เพราะปลวกอาจสร้างทางเดินซ่อนอยู่ด้านหลังบัวโดยที่มองจากภายนอกไม่เห็น

2. ตามเสาและผนังชั้นล่าง

ปลวกอาจสร้างแนวดินพาดขึ้นตามเสาคอนกรีตหรือผนัง เพื่อเดินทางไปยังวงกบ ฝ้า หรือโครงสร้างไม้ที่อยู่ด้านบน

ควรตรวจด้านหลังเสา มุมผนัง และพื้นที่ที่มีเฟอร์นิเจอร์บังอยู่เป็นเวลานาน

3. วงกบประตูและหน้าต่าง

วงกบไม้เป็นแหล่งอาหารที่ปลวกเข้าถึงได้ง่าย โดยเฉพาะวงกบชั้นล่างที่อยู่ใกล้พื้นและบริเวณที่มีความชื้น

ให้สังเกตแนวดินตามขอบล่างของวงกบ รอยต่อระหว่างวงกบกับผนัง รวมถึงรูเล็ก ๆ หรือผิวไม้ที่บวมผิดปกติ

4. ใต้ตู้และหลังเฟอร์นิเจอร์บิลต์อิน

พื้นที่ใต้ตู้และหลังเฟอร์นิเจอร์มักมืด อากาศถ่ายเทไม่ดี และไม่ค่อยมีการเคลื่อนย้าย จึงเป็นจุดที่ปลวกสามารถสร้างทางเดินได้โดยไม่ถูกรบกวน

ตู้ที่ติดกับผนังหรือวางชิดพื้นเป็นเวลานานควรได้รับการตรวจสอบเป็นพิเศษ

5. ห้องน้ำและบริเวณท่อน้ำ

ห้องน้ำ ใต้ซิงก์ และพื้นที่ใกล้ท่อน้ำเป็นบริเวณที่อาจมีความชื้นสะสม หากมีรอยรั่วหรือซึม ปลวกจะสามารถรักษาความชื้นในเส้นทางได้ง่ายขึ้น

ควรตรวจตามขอบประตู ใต้เคาน์เตอร์ รอบท่อน้ำ และผนังที่มีสีโป่งหรือลอก

6. ห้องครัว

บริเวณใต้ซิงก์ หลังตู้ครัว และตู้บิลต์อิน เป็นจุดที่พบทางเดินปลวกได้ เนื่องจากมีทั้งความชื้นและวัสดุที่ปลวกสามารถกัดกินได้

หากพบไม้บวม ตู้เปิดปิดยาก หรือมีแนวดินตามขอบตู้ ควรตรวจสอบทันที

7. ใต้บันไดและห้องเก็บของ

ใต้บันไดและห้องเก็บของมักมีแสงน้อยและเก็บกล่องกระดาษ หนังสือ หรือวัสดุไม้จำนวนมาก ทำให้เป็นทั้งพื้นที่หลบซ่อนและแหล่งอาหารของปลวก

ควรยกกล่องให้พ้นพื้นและเว้นระยะจากผนัง เพื่อให้สามารถมองเห็นร่องรอยได้ง่าย

8. โรงรถและพื้นที่ซักล้าง

โรงรถและพื้นที่ซักล้างมักเชื่อมต่อกับพื้นดินภายนอก และอาจมีน้ำขังหรือความชื้นสะสม

ควรตรวจตามรอยแตกร้าวของพื้น ขอบผนัง โคนเสา และบริเวณที่เก็บไม้หรือกล่องกระดาษ

9. ฝ้าเพดานและโครงหลังคา

แม้ปลวกใต้ดินจะเริ่มเดินทางมาจากด้านล่าง แต่สามารถสร้างทางเดินขึ้นไปถึงฝ้าและโครงหลังคาได้ หากมีเส้นทางและแหล่งอาหารต่อเนื่อง

หากพบแนวดินบนผนังสูงขึ้นไป หรือมีฝุ่น เศษดิน และไม้เสียหายบริเวณฝ้า ควรตรวจสอบพื้นที่ด้านบนด้วย

10. รอบนอกตัวบ้าน

นอกจากภายในบ้าน ควรตรวจบริเวณภายนอก เช่น

  • โคนผนังรอบบ้าน

  • เสารั้ว

  • ตอไม้

  • กองฟืน

  • แปลงต้นไม้ชิดอาคาร

  • ท่อน้ำรอบบ้าน

  • เศษไม้จากงานก่อสร้าง

  • จุดที่ดินสัมผัสวงกบหรือผนังโดยตรง

หากพบทางเดินดินภายนอกที่พาดเข้าหาตัวอาคาร ควรติดตามเส้นทางว่ามุ่งเข้าสู่บริเวณใดของบ้าน


พบทางเดินดินของปลวก แปลว่ามีปลวกแน่นอนหรือไม่

หากรอยที่พบเป็นทางเดินดินของปลวกจริง แสดงว่าบริเวณนั้นเคยมีหรือยังมีการเคลื่อนไหวของปลวก แต่ทางเดินเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่บอกได้ว่า

  • รังปลวกอยู่ตรงไหน

  • มีปลวกจำนวนเท่าไร

  • ปลวกยังใช้งานเส้นทางอยู่หรือไม่

  • ความเสียหายลุกลามไปถึงจุดใดแล้ว

  • มีเส้นทางอื่นซ่อนอยู่หรือไม่

บางทางเดินอาจเป็นเส้นทางเก่าที่ปลวกเลิกใช้แล้ว ขณะที่บางเส้นอาจยังมีปลวกเคลื่อนไหวอยู่ภายใน จึงควรตรวจสอบร่วมกับร่องรอยอื่น


สัญญาณที่มักพบร่วมกับทางเดินดินของปลวก

เมื่อพบแนวดิน ควรตรวจบริเวณใกล้เคียงว่ามีสัญญาณต่อไปนี้ร่วมด้วยหรือไม่

ไม้มีเสียงกลวง

ลองใช้นิ้วหรือด้ามเครื่องมือเคาะเบา ๆ บริเวณวงกบ บัวพื้น และเฟอร์นิเจอร์ หากเสียงกลวงกว่าปกติ อาจหมายความว่าเนื้อไม้ด้านในถูกกัดกิน

ผิวไม้ยุบหรือแตกง่าย

ปลวกมักกัดกินเนื้อไม้จากด้านใน เหลือผิวด้านนอกไว้บาง ๆ เมื่อกดเบา ๆ ผิวไม้อาจยุบ แตก หรือหลุดออกเป็นแผ่น

พบตัวปลวกสีขาวหรือสีครีม

ปลวกงานมีลำตัวสีอ่อนและมักเคลื่อนไหวรวมกันอยู่ในพื้นที่มืด หากพบร่วมกับทางเดินดิน ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่ามีปลวกกำลังทำงานอยู่

พบแมลงเม่าหรือปีกแมลงเม่า

แมลงเม่าคือปลวกในระยะสืบพันธุ์ หากพบปีกจำนวนมากใกล้ทางเดินดิน วงกบ หรือรอยแตก อาจหมายถึงมีรังปลวกอยู่ใกล้บริเวณนั้น

พื้นหรือวงกบผิดรูป

พื้นไม้โก่ง บัวพื้นแยก วงกบบวม หรือประตูเปิดปิดยาก อาจเกิดจากความชื้นหรือความเสียหายภายในวัสดุ ควรตรวจร่วมกับร่องรอยปลวกอื่น ๆ


พบทางเดินดินของปลวก ต้องทำอย่างไรต่อ

เมื่อพบร่องรอยต้องสงสัย สิ่งสำคัญคือการเก็บข้อมูลและหลีกเลี่ยงการทำลายเส้นทางทั้งหมด

1. ถ่ายภาพและบันทึกตำแหน่ง

ถ่ายภาพทั้งระยะใกล้และระยะกว้าง พร้อมบันทึกว่าพบรอยอยู่ห้องใด ตำแหน่งไหน และพบเมื่อใด

ข้อมูลนี้จะช่วยให้ติดตามการเปลี่ยนแปลงและใช้ประกอบการตรวจสอบได้

2. อย่าปัดทางเดินดินทิ้งทั้งหมด

การปัดออกทำให้ร่องรอยหายไป แต่ไม่ได้ทำให้รังปลวกหมด อีกทั้งอาจทำให้ปลวกเปลี่ยนไปใช้เส้นทางที่ซ่อนตัวมากกว่าเดิม

สามารถเปิดเพียงส่วนเล็ก ๆ เพื่อดูว่ามีปลวกอยู่ภายในหรือไม่ แล้วเก็บตำแหน่งไว้ตรวจซ้ำ

3. ตรวจพื้นที่ใกล้เคียง

ตรวจตามแนวพื้น ผนัง วงกบ ใต้ตู้ และห้องที่อยู่ติดกัน เพราะทางเดินที่พบอาจเป็นเพียงหนึ่งในหลายเส้นทาง

4. หลีกเลี่ยงการฉีดสเปรย์เฉพาะจุด

สเปรย์กำจัดแมลงทั่วไปอาจฆ่าได้เฉพาะปลวกที่มองเห็น แต่ไม่สามารถจัดการรังทั้งหมดได้ และอาจทำให้ปลวกแตกเส้นทางไปยังบริเวณอื่น

5. ตรวจจุดน้ำรั่วและลดความชื้น

ซ่อมท่อน้ำรั่ว เช็ดพื้นที่เปียก และเปิดให้อากาศถ่ายเท เพื่อลดสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับปลวก

6. ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจประเมิน

หากพบทางเดินหลายจุด พบตัวปลวก หรือมีวัสดุเสียหาย ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบขอบเขตการระบาดก่อนเลือกวิธีกำจัด


ทำไมไม่ควรกำจัดเฉพาะทางเดินที่มองเห็น

ปลวกที่เห็นภายในทางเดินเป็นเพียงปลวกงานบางส่วนของรังเท่านั้น การทำลายเส้นทางหรือฉีดสารเฉพาะจุดอาจทำให้ปลวกตายเพียงจำนวนเล็กน้อย แต่สมาชิกส่วนใหญ่ยังคงอยู่ภายในรังหรือเส้นทางอื่น

เมื่อเส้นทางเดิมถูกรบกวน ปลวกสามารถสร้างเส้นทางใหม่ผ่านรอยแตก ใต้พื้น หรือด้านหลังผนังได้ ทำให้เจ้าของบ้านเข้าใจผิดว่าปลวกหายไปแล้ว ทั้งที่ยังคงกัดกินวัสดุในตำแหน่งอื่น

การแก้ไขจึงควรเน้นตรวจสอบทั้งระบบ ไม่ใช่จัดการเฉพาะรอยที่มองเห็นด้านนอก


ทางเดินดินเก่ากับทางเดินดินใหม่สังเกตอย่างไร

ไม่สามารถตัดสินได้อย่างแม่นยำจากสีหรือความแห้งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสังเกตเบื้องต้นได้ดังนี้

ทางเดินที่อาจยังใช้งานอยู่

  • ดินมีสีเข้มหรือดูชื้น

  • โครงสร้างทางเดินแน่นและสมบูรณ์

  • พบปลวกภายในเมื่อเปิดเล็กน้อย

  • รอยที่เปิดถูกซ่อมกลับในเวลาไม่นาน

  • พบเส้นทางเชื่อมต่อกับไม้หรือวัสดุภายในบ้าน

ทางเดินที่อาจไม่ได้ใช้งานแล้ว

  • ดินแห้งและเปราะมาก

  • ทางเดินขาดเป็นช่วง

  • ไม่พบปลวกภายใน

  • เปิดทิ้งไว้แล้วไม่มีการซ่อมแซม

  • ไม่มีร่องรอยความเสียหายใหม่ใกล้เคียง

แม้เป็นทางเดินเก่า ก็ควรตรวจสอบต่อว่าปลวกย้ายไปใช้เส้นทางใหม่หรือไม่


ทางเดินดินของปลวกพบได้ในบ้านใหม่หรือไม่

บ้านใหม่สามารถพบทางเดินดินได้เช่นกัน โดยเฉพาะบ้านที่ก่อสร้างบนพื้นที่ซึ่งเคยมีต้นไม้ ตอไม้ หรือเศษวัสดุฝังอยู่ใต้ดิน

ความเสี่ยงยังเพิ่มขึ้นจากปัจจัยต่อไปนี้

  • ไม่มีระบบป้องกันปลวกก่อนก่อสร้าง

  • ระบบท่อปลวกไม่ได้รับการดูแล

  • มีเศษไม้จากงานก่อสร้างตกค้าง

  • ดินรอบบ้านมีความชื้นสูง

  • มีรอยแตกร้าวระหว่างพื้นและผนัง

  • มีการต่อเติมอาคารภายหลัง

  • วัสดุไม้สัมผัสพื้นดินโดยตรง

ดังนั้น บ้านใหม่ไม่ควรละเลยการตรวจปลวก และควรตรวจระบบป้องกันตามรอบที่เหมาะสม


วิธีลดโอกาสเกิดทางเดินดินของปลวกในบ้าน

เจ้าของบ้านสามารถลดปัจจัยเสี่ยงได้ด้วยการดูแลพื้นที่อย่างสม่ำเสมอ

  • ซ่อมแซมท่อน้ำและจุดรั่วซึม

  • ไม่ปล่อยให้มีน้ำขังรอบตัวบ้าน

  • กำจัดตอไม้และเศษไม้ใกล้อาคาร

  • ไม่วางกล่องกระดาษติดพื้นหรือชิดผนัง

  • เว้นช่องว่างหลังตู้เพื่อให้ตรวจสอบได้

  • ไม่ให้ดินหรือแปลงต้นไม้สัมผัสวงกบไม้

  • อุดรอยแตกร้าวของพื้นและผนัง

  • ตรวจใต้ซิงก์ ห้องน้ำ และห้องเก็บของ

  • ตรวจระบบท่อปลวกตามกำหนด

  • สำรวจบ้านทุก 3–6 เดือน

การตรวจพบตั้งแต่ระยะแรกช่วยลดโอกาสที่ปลวกจะลุกลามและสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างควรตรวจสอบ เพราะหนึ่งเส้นอาจเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายทางเดินที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหรือภายในผนัง การพบเร็วช่วยให้ประเมินปัญหาได้ก่อนความเสียหายลุกลาม


สรุป ทางเดินดินของปลวกเป็นร่องรอยที่ไม่ควรมองข้าม

ทางเดินดินของปลวก มักมีลักษณะเป็นแนวดินสีน้ำตาลนูนขึ้นจากพื้นผิว มีผิวขรุขระ และพาดเชื่อมจากพื้นดินไปยังวงกบ ผนัง เสา หรือวัสดุไม้ภายในบ้าน

จุดที่พบบ่อย ได้แก่ รอยต่อพื้นกับผนัง วงกบ ใต้ตู้ หลังเฟอร์นิเจอร์ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องเก็บของ และบริเวณรอบนอกตัวบ้าน

เมื่อพบร่องรอย ไม่ควรรีบปัดทิ้งหรือฉีดสเปรย์แล้วจบ ควรถ่ายภาพ ตรวจพื้นที่ใกล้เคียง ลดความชื้น และให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยประเมินว่าปลวกยังใช้งานเส้นทางอยู่หรือไม่ รวมถึงตรวจสอบความเสียหายที่อาจซ่อนอยู่ภายในวัสดุ

หากพบทางเดินดิน ตัวปลวก ไม้กลวง หรือร่องรอยต้องสงสัย สามารถติดต่อ Happy House เพื่อให้ทีมงานช่วยตรวจสอบพื้นที่และแนะนำแนวทางจัดการที่เหมาะกับบ้านแต่ละหลัง

บริษัทเปิดทำการ: วันจันทร์–วันเสาร์ เวลา 09:00–17:00 น.
ให้บริการ: ทั่วเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง
โทร: 065-648-8828
Line: byhappyhouse
เว็บไซต์:
www.happyhouse.co.th


แชร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

แมลงเม่าบินเข้าบ้านแปลว่ามีปลวกหรือไม่? ต้องทำอย่างไรต่อ?
แมลงเม่าบินเข้าบ้าน แปลว่ามีปลวกหรือไม่? ต้องทำอย่างไรต่อ?แมลงเม่าบินเข้าบ้าน เป็นเหตุการณ์ที่พบได้บ่อยในช่วงหน้าฝน โดยเฉพาะหลังฝนตกใหม่ ๆ หรือในคืนที่อากาศร้อน
6 สัญญาณเตือนว่าบ้านกำลังมีปลวก ที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้าม
6 สัญญาณเตือนว่าบ้านกำลังมีปลวกที่เจ้าของบ้านไม่ควรมองข้ามสัญญาณบ้านมีปลวก อาจไม่ได้เริ่มจากภาพปลวกจำนวนมากเดินอยู่ภายในบ้าน แต่หลายครั้งปลวกซ่อนตัวอยู่ใต้พื้น
ปลวกขึ้นบ้าน เพราะดวงไม่ดีจริงหรือเปล่า
กำจัดปลวกเชียงใหม่ หลายคนเคยได้ยินความเชื่อว่า “ปลวกขึ้นบ้านเพราะดวงไม่ดี” หรือเป็นลางบางอย่าง จนทำให้รู้สึกกังวลเมื่อเริ่มเห็นปลวกหรือแมลงเม่าในบ้านแต่ในความเป