ปล่อยปลวกไว้นานแค่ไหน กว่าจะรู้ตัวว่าโครงสร้างบ้านพังไปแล้ว
ความเสียหายจากปลวก ไม่ได้เกิดขึ้นในคืนเดียว และปัญหาคือหลายครั้งเจ้าของบ้านมองไม่เห็นจนกว่าจะลุกลามไปแล้ว เพราะปลวกสามารถกัดกินไม้จากด้านใน เหลือผิวด้านนอกให้ดูเหมือนยังปกติอยู่
จึงไม่มีคำตอบตายตัวว่า “ปล่อยไว้กี่เดือนบ้านถึงพัง” เพราะขึ้นอยู่กับชนิดปลวก ขนาดรัง จำนวนปลวก จุดที่เข้าทำลาย ชนิดวัสดุ ความชื้น และระยะเวลาที่ปลวกเข้าถึงพื้นที่นั้นจริง
สิ่งที่น่ากังวลกว่าระยะเวลาคือ บ้านอาจมีปลวกทำงานอยู่เป็นเวลานานโดยเจ้าของบ้านไม่รู้ตัว
ความเสียหายจากปลวกเกิดเร็วแค่ไหน

ปลวกงานกินวัสดุที่มีเซลลูโลสเป็นอาหาร เช่น ไม้ กระดาษ และวัสดุบางชนิดที่มีส่วนประกอบจากไม้
ความเร็วของความเสียหายจากปลวกแตกต่างกันมากในแต่ละกรณี บ้านที่มีอาณานิคมขนาดใหญ่และมีแหล่งอาหารต่อเนื่องอาจเกิดความเสียหายเร็วกว่าบ้านที่มีปลวกเพียงเล็กน้อย
ปัจจัยสำคัญ ได้แก่
ขนาดอาณานิคม
จำนวนจุดที่ปลวกเข้าถึง
ชนิดของไม้
ความชื้น
สภาพแวดล้อมใต้บ้าน
ระยะเวลาที่ปลวกอยู่ในพื้นที่
มีการตรวจและควบคุมมาก่อนหรือไม่
ดังนั้นไม่ควรใช้ตัวเลข เช่น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปี เป็นเกณฑ์ตายตัวสำหรับทุกบ้าน
ทำไมกว่าจะเห็นความเสียหายจากปลวก มักสายไปแล้ว
เพราะปลวกไม่ได้กัดกินไม้จากด้านนอกให้เห็นชัดเสมอไป
ปลวกใต้ดินมักทำงานอยู่ภายในไม้หรือบริเวณที่มืดและชื้น เมื่อมองจากด้านนอก วงกบ บัวพื้น หรือตู้บิลต์อินอาจยังดูเรียบร้อย
แต่ด้านในอาจถูกกินจนเกิดโพรงแล้ว
อาการที่เจ้าของบ้านมักเริ่มสังเกตได้ คือ
เคาะไม้แล้วเสียงกลวง
บัวพื้นบวม
วงกบยุบ
พื้นไม้เริ่มอ่อน
หน้าบานตู้โก่ง
มีผิวบาง ๆ เหลืออยู่ แต่ด้านในกลวง
มีทางเดินดินโผล่ออกมา
เมื่อถึงจุดนี้ ปัญหาอาจไม่ได้อยู่เฉพาะบริเวณที่เห็นแล้ว
ความเสียหายจากปลวกไม่ได้แปลว่าโครงสร้างบ้านจะพังทุกกรณี
คำว่า “บ้านพัง” ต้องแยกให้ชัด
บ้านคอนกรีตทั่วไปในไทย โครงสร้างหลักมักเป็นเสา คาน และพื้นคอนกรีต ซึ่งปลวกไม่ได้กินคอนกรีต
แต่ปลวกสามารถทำลายส่วนประกอบอื่นได้ เช่น
วงกบไม้
ประตู
พื้นไม้
บันไดไม้
ฝ้าและโครงไม้
ตู้บิลต์อิน
เฟอร์นิเจอร์
โครงหลังคาไม้
ส่วนต่อเติมที่ใช้ไม้เป็นโครงสร้าง
ถ้าบ้านมีโครงสร้างไม้ หรือมีส่วนรับน้ำหนักที่ทำจากไม้ ความเสียหายจากปลวกจะมีความสำคัญมากขึ้นและควรให้ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างตรวจเพิ่มเติม
จุดไหนในบ้านที่ปลวกกินแล้วอันตรายกว่าที่คิด

1. โครงหลังคาไม้
หากปลวกทำลายแป จันทัน หรือโครงไม้ที่รับน้ำหนัก อาจกระทบความแข็งแรงของระบบหลังคาได้
2. บันไดไม้
ถ้าเนื้อไม้ด้านในถูกกินมาก อาจรับน้ำหนักได้ลดลง แม้ภายนอกยังดูปกติ
3. พื้นไม้
พื้นอาจเริ่มยวบหรือแตกเมื่อเหยียบ
4. วงกบ
แม้จะไม่ใช่โครงสร้างหลักของบ้าน แต่ถ้าเสียหายมาก ประตูหรือหน้าต่างอาจหลวมและต้องเปลี่ยนใหม่
5. ตู้บิลต์อิน
ปลวกสามารถลามไปตามแนวตู้โดยเจ้าของบ้านไม่เห็น เพราะด้านหลังชิดกับผนัง
ความเสียหายจากปลวกมีสัญญาณเตือนอะไรบ้าง
อย่ารอจนไม้ยุบก่อนจึงเริ่มตรวจบ้าน
ควรระวังเมื่อพบ
ทางเดินดิน
แมลงเม่าภายในบ้าน
ปีกแมลงเม่ากองตามพื้น
ปลวกตัวสีขาว
ไม้กลวงเมื่อเคาะ
บัวพื้นหรือวงกบบวม
สีหรือผิวไม้พอง
พื้นยวบ
เศษคล้ายดินตามขอบไม้
ตู้บิลต์อินเสียรูปโดยไม่ทราบสาเหตุ
หากพบหลายอาการพร้อมกัน ควรตรวจพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ควรดูเฉพาะจุดที่เห็นปลวก
พบปลวกจุดเดียว แปลว่าความเสียหายอยู่แค่จุดเดียวไหม
ไม่จำเป็น
จุดที่มองเห็นอาจเป็นเพียงหนึ่งในเส้นทางหาอาหารของปลวก
ปลวกสามารถเดินตาม
แนวดิน
รอยต่อพื้น
รอยแตก
แนวท่อ
ช่องเซอร์วิส
หลังบิลต์อิน
ภายในผนัง
จึงอาจมีหลายพื้นที่ที่ปลวกกำลังทำงานอยู่พร้อมกัน
นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมการฉีดยาเฉพาะจุดที่พบแล้วคิดว่าจบ อาจไม่เพียงพอสำหรับบางบ้าน
ถ้าปลวกกินไม้ไปแล้ว กำจัดปลวกแล้วไม้จะกลับมาแข็งแรงไหม
ไม่กลับมา
การกำจัดปลวกมีหน้าที่หยุดหรือควบคุมการเข้าทำลายเพิ่มเติม แต่ไม่สามารถทำให้เนื้อไม้ที่ถูกกินกลับคืนมาได้
หลังควบคุมปลวกแล้วจึงควรประเมินว่า
ยังใช้วัสดุเดิมได้หรือไม่
ต้องซ่อมเฉพาะจุดหรือไม่
ต้องเปลี่ยนใหม่หรือไม่
มีส่วนใดรับน้ำหนักหรือไม่
ถ้าเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างไม้ ควรให้ช่างหรือวิศวกรที่เหมาะสมตรวจ ไม่ควรประเมินจากภาพภายนอกเพียงอย่างเดียว
ทำไมไม่ควรรอให้เห็นความเสียหายจากปลวกก่อนค่อยกำจัด

เพราะเมื่อเห็นอาการชัด ค่าใช้จ่ายอาจไม่ได้มีเฉพาะค่ากำจัดปลวกอีกต่อไป
อาจต้องเพิ่มค่า
รื้อบิลต์อิน
เปลี่ยนวงกบ
เปลี่ยนพื้น
ซ่อมผนัง
ทำสีใหม่
ซ่อมฝ้า
เปลี่ยนโครงไม้
ขนย้ายเฟอร์นิเจอร์
ซ่อมความชื้นหรือน้ำรั่ว
ดังนั้นการตรวจพบเร็วมีโอกาสลดทั้งขอบเขตงานซ่อมและความเสียหายต่อทรัพย์สิน
บ้านแบบไหนควรระวังความเสียหายจากปลวกเป็นพิเศษ
ควรเพิ่มความระมัดระวังหากบ้านมีลักษณะเหล่านี้
เคยมีปลวกมาก่อน
มีงานไม้จำนวนมาก
มีตู้บิลต์อินเต็มผนัง
มีโครงหลังคาไม้
บ้านอายุหลายปี
มีปัญหาน้ำรั่ว
พื้นที่ใต้บ้านชื้น
อยู่ใกล้สวนหรือพื้นที่ดิน
ไม่เคยตรวจปลวกมานาน
ระบบป้องกันปลวกเดิมขาดการดูแล
บ้านที่ดูใหม่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีปลวก หากสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเข้าถึง
ถ้าพบปลวก ควรทำอะไรเป็นอันดับแรก
อย่าเพิ่งรีบทำลายหลักฐานทั้งหมด
ควรถ่ายภาพและตรวจบริเวณใกล้เคียงก่อน โดยเฉพาะทางเดินดินและไม้ที่สงสัย
จากนั้นให้ประเมินว่าเป็นเพียงร่องรอยเก่า หรือยังมีปลวกทำงานอยู่ และตรวจว่ามีความเสียหายลุกลามไปส่วนใดบ้าง
ถ้ามีงานไม้ที่รับน้ำหนักและพบความเสียหายมาก ควรแยกเป็น 2 งาน คือ
1. ควบคุมปลวก เพื่อหยุดการทำลายเพิ่มเติม
2. ตรวจและซ่อมโครงสร้าง/วัสดุ เพื่อคืนความแข็งแรงให้ส่วนที่เสียหาย
สรุป ปล่อยปลวกไว้นานแค่ไหนถึงจะพัง
ไม่มีจำนวนวันหรือเดือนที่ใช้ได้กับทุกบ้าน
ความเสียหายจากปลวกขึ้นอยู่กับชนิดปลวก จำนวนประชากร วัสดุ ความชื้น และระยะเวลาที่ปลวกเข้าทำลายจริง บางครั้งความเสียหายสะสมอยู่ภายในเป็นเวลานานก่อนที่จะเห็นอาการจากด้านนอก
จึงไม่ควรรอให้วงกบยุบ พื้นยวบ หรือตู้พังก่อนค่อยตรวจ

หากพบทางเดินดิน แมลงเม่า ไม้กลวง หรือบ้านเคยมีประวัติปลวก ให้ทีม Happy House ช่วยตรวจระดับความเสียหายจากปลวกและจุดที่ยังมีกิจกรรม พร้อมแนะนำระบบกำจัดปลวกให้เหมาะกับสภาพหน้างานก่อนปัญหาลุกลาม
สอบถามรายละเอียดบริการกำจัดปลวกเพิ่มเติมได้ที่
Line : @happycm
Web Site : https://www.happyhouse.co.th/
โทร : 065-648-8828
E-Mail : [email protected]
Facebook Page : HappyHouseCM




