วิธีป้องกันงูเข้าบ้าน ลดแหล่งอาหารและจุดซ่อนตัว
วิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่ได้ผลควรเริ่มจากการลดสิ่งที่ดึงดูดงู ได้แก่ หนู กบ จิ้งจก แหล่งน้ำ และบริเวณรกที่ใช้ซ่อนตัว ไม่ควรหวังพึ่งผลิตภัณฑ์ไล่งูเพียงอย่างเดียว เพราะหากรอบบ้านยังมีอาหารและที่หลบซ่อน งูก็อาจกลับเข้ามาได้อีก
ช่วงฤดูฝนหรือน้ำท่วมควรเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากงูและสัตว์มีพิษอาจเคลื่อนย้ายจากพื้นที่เดิมเข้าหามุมแห้งและจุดหลบซ่อนภายในบ้าน กรมควบคุมโรคแนะนำให้ดูแลพื้นที่รอบบ้านไม่ให้รก ลดแหล่งอาหารของงู และตรวจมุมอับอย่างสม่ำเสมอ

วิธีป้องกันงูเข้าบ้านต้องเริ่มจากแหล่งอาหาร
งูไม่ได้เข้าบ้านเพราะต้องการทำร้ายคนเป็นหลัก แต่มักเข้ามาเพื่อตามหาอาหาร น้ำ หรือพื้นที่หลบซ่อน บ้านที่มีหนูจำนวนมาก เศษอาหาร ถังขยะเปิด หรืออาหารสัตว์ตกค้างจึงมีโอกาสดึงดูดสัตว์ที่เป็นอาหารของงู และทำให้งูตามเข้ามาได้
สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
เก็บอาหารคนและอาหารสัตว์ในภาชนะปิดสนิท
ไม่วางชามอาหารสัตว์ทิ้งไว้ข้ามคืน
ปิดฝาถังขยะให้แน่น
เก็บเศษอาหารทุกวัน
ล้างคราบอาหารบริเวณครัวและหลังบ้าน
ควบคุมปัญหาหนูภายในและรอบอาคาร
ตรวจเล้าไก่ กรงนก หรือพื้นที่เลี้ยงสัตว์
ไม่ปล่อยให้ผลไม้สุกหล่นสะสมในสวน
กรมควบคุมโรคระบุว่าการจัดเก็บอาหาร ทำความสะอาดภาชนะ และจัดการขยะให้เรียบร้อยช่วยลดหนู ซึ่งเป็นแหล่งอาหารของงูบางชนิดได้
วิธีป้องกันงูเข้าบ้านด้วยการลดจุดซ่อนตัว
บริเวณที่รก มืด ชื้น และไม่ค่อยถูกรบกวนเหมาะสำหรับการหลบซ่อนของงู จึงควรจัดพื้นที่รอบบ้านให้โปร่งและมองเห็นได้ง่าย
จุดที่ควรตรวจเป็นพิเศษ ได้แก่
กองไม้และเศษวัสดุก่อสร้าง
กระถางต้นไม้ที่วางชิดกันมาก
พุ่มไม้หนาทึบ
หญ้าสูง
กองใบไม้แห้ง
กล่องและของเก่าในห้องเก็บของ
ใต้บันไดและใต้ระเบียง
ช่องใต้พื้นบ้าน
โรงรถและพื้นที่ซักล้าง
ซอกหลังคาและฝ้าเพดาน
ควรตัดหญ้าและแต่งพุ่มไม้เป็นประจำ ยกกองไม้ให้สูงจากพื้น และเว้นระยะสิ่งของออกจากผนัง เพื่อให้ตรวจพบสัตว์ได้ง่ายขึ้น การดูแลพื้นที่ไม่ให้รกและอับชื้นเป็นมาตรการป้องกันสัตว์มีพิษที่หน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ
ปิดช่องทางที่งูอาจใช้เข้าบ้าน
งูสามารถผ่านช่องเปิดตามประตู ผนัง หลังคา และแนวท่อได้ โดยเฉพาะจุดที่ติดกับสวนหรือพื้นที่รกร้าง
ควรตรวจและแก้ไขบริเวณต่อไปนี้
ติดยางปิดช่องใต้ประตู
ซ่อมมุ้งลวดที่ฉีกขาด
ปิดช่องรอบท่อน้ำและสายไฟ
ซ่อมรอยแตกตามพื้นและผนัง
ติดตะแกรงบริเวณช่องระบายอากาศ
ปิดช่องใต้หลังคาและฝ้าเพดาน
ตรวจช่องประตูโรงรถ
ปิดช่องใต้ครัวหรือส่วนต่อเติม
ตรวจท่อระบายน้ำและฝาปิดบ่อ
ติดตะแกรงโดยไม่ขัดขวางการระบายน้ำ
วัสดุที่ใช้ควรแข็งแรงและติดตั้งแน่น ไม่ควรใช้เพียงผ้าหรือวัสดุที่สัตว์สามารถดันผ่านได้
วิธีป้องกันงูเข้าบ้านบริเวณสวน

สวนที่มีต้นไม้หนาแน่น บ่อน้ำ หรือกองวัสดุอาจกลายเป็นแหล่งอาหารและที่ซ่อนตัวของงูได้
แนวทางดูแลสวน ได้แก่
ตัดหญ้าไม่ให้สูง
ตัดกิ่งไม้ที่พาดหลังคาหรือระเบียง
เว้นพุ่มไม้ออกจากตัวบ้าน
เก็บกองหินและเศษกระเบื้อง
ย้ายกองฟืนออกจากแนวผนัง
ลดน้ำขังที่ดึงดูดกบและสัตว์ขนาดเล็ก
ปิดฝาถังเก็บน้ำ
ติดไฟส่องสว่างในทางเดิน
ตรวจรองเท้าและอุปกรณ์สวนก่อนใช้
สวมรองเท้าหุ้มส้นเมื่อเดินในจุดรก
หากต้องเดินในพื้นที่รกหรือมืด ควรใช้ไฟฉายและสวมรองเท้าที่ป้องกันเท้า ไม่ควรใช้มือเปล่าคลำตามพุ่มไม้หรือกองวัสดุ
บ้านมีหนูทำให้งูเข้าบ้านได้หรือไม่
บ้านที่มีหนูอาจมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะหนูเป็นอาหารของงูหลายชนิด หากได้ยินเสียงบนฝ้า พบมูลหนู ถุงอาหารถูกกัด หรือมีกลิ่นผิดปกติ ควรจัดการปัญหาหนูก่อนที่จะลุกลาม
การควบคุมหนูควรทำพร้อมกันหลายด้าน ได้แก่
ปิดช่องทางเข้า
เก็บอาหารให้มิดชิด
ลดของสะสม
นำขยะออกทุกวัน
ตัดกิ่งไม้ที่เชื่อมเข้าสู่หลังคา
ตรวจฝ้าและช่องเซอร์วิส
วางอุปกรณ์ควบคุมในจุดที่ปลอดภัย
ติดตามว่ากิจกรรมของหนูลดลงหรือไม่
การลดหนูจึงเป็นหนึ่งในวิธีป้องกันงูเข้าบ้านที่สำคัญกว่าการใช้กลิ่นหรือสารไล่งูเพียงชั่วคราว
ผลิตภัณฑ์ไล่งูช่วยป้องกันได้จริงหรือไม่
ผลิตภัณฑ์ไล่งูอาจให้ผลแตกต่างกันตามชนิดผลิตภัณฑ์ สภาพแวดล้อม และพฤติกรรมของงู ไม่ควรใช้แทนการเก็บพื้นที่ ปิดช่องทาง และควบคุมแหล่งอาหาร
ก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใดควรตรวจฉลาก วิธีใช้ พื้นที่ที่อนุญาต และข้อควรระวังสำหรับเด็กหรือสัตว์เลี้ยง ไม่ควรผสมสารหลายชนิดหรือโรยสารไม่ทราบแหล่งที่มารอบบ้าน
แนวทางหลักควรเป็นการจัดการสภาพแวดล้อม ได้แก่
ลดหนูและสัตว์ที่เป็นอาหาร
ตัดหญ้าและเก็บกองวัสดุ
ปิดช่องทางเข้า
เพิ่มแสงสว่าง
ตรวจพื้นที่เป็นประจำ
พบงูในบ้านควรทำอย่างไร
หากพบงู ควรตั้งสติ เว้นระยะ และนำเด็กกับสัตว์เลี้ยงออกจากบริเวณทันที ไม่ควรตี จับ หรือต้อนงูด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้งูป้องกันตัวและเพิ่มความเสี่ยงถูกกัด

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่
ถอยออกจากงูอย่างช้า ๆ
ปิดประตูแยกพื้นที่ หากทำได้โดยไม่เข้าใกล้
ไม่ยืนขวางทางหนีของงู
นำเด็กและสัตว์เลี้ยงออกไป
สังเกตตำแหน่งจากระยะปลอดภัย
โทรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยหรือหน่วยงานในพื้นที่
ไม่ใช้มือเปล่าจับงู แม้งูจะอยู่นิ่ง
หลังนำงูออกแล้ว ให้ตรวจช่องทางที่งูใช้เข้ามา
ไม่ควรเสี่ยงถ่ายภาพในระยะใกล้ หากต้องการบันทึกลักษณะงูควรทำจากจุดที่ปลอดภัยเท่านั้น
หากถูกงูกัดต้องทำอย่างไร
หากถูกงูกัด ให้ลดการเคลื่อนไหวของผู้บาดเจ็บและอวัยวะที่ถูกกัด พร้อมโทรแจ้งสายฉุกเฉิน 1669 หรือรีบนำส่งโรงพยาบาล ไม่ควรกรีดแผล ดูดพิษ ใช้ไฟจี้ พอกสมุนไพร หรือขันชะเนาะ เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายเพิ่มเติม
หากสามารถจดจำสี รูปร่าง หรือลักษณะของงูได้จากระยะปลอดภัย ให้แจ้งบุคลากรทางการแพทย์ แต่ไม่ควรพยายามจับหรือนำงูไปโรงพยาบาล
จุดที่ควรตรวจหลังพบงูในบ้าน
หลังเจ้าหน้าที่นำงูออกแล้ว ควรสำรวจเพื่อหาต้นเหตุและลดโอกาสเกิดซ้ำ
งูเข้าทางประตูหรือช่องใด
มีหนูหรือมูลหนูหรือไม่
มีอาหารสัตว์วางทิ้งไว้หรือไม่
หลังบ้านมีหญ้าหรือพุ่มไม้รกหรือไม่
มีกองไม้หรือวัสดุก่อสร้างหรือไม่
มีช่องรอบท่อน้ำและสายไฟหรือไม่
ช่องหลังคาหรือฝ้าเปิดอยู่หรือไม่
มีบ่อน้ำหรือแหล่งน้ำขังหรือไม่
ถังขยะปิดสนิทหรือไม่
พื้นที่ข้างเคียงมีสภาพรกร้างหรือไม่
การแก้ต้นเหตุหลังพบงูสำคัญกว่าการนำงูออกเพียงครั้งเดียว เพราะหากยังมีหนูและช่องทางเข้า งูตัวอื่นอาจเข้ามาได้อีก
สรุป วิธีป้องกันงูเข้าบ้านให้ตรงต้นเหตุ
วิธีป้องกันงูเข้าบ้านควรเน้นการลดแหล่งอาหารและจุดซ่อนตัว เก็บอาหารให้มิดชิด ควบคุมหนู ตัดหญ้า เก็บกองไม้ ปิดช่องใต้ประตู และตรวจมุมอับรอบบ้านอย่างสม่ำเสมอ
หากพบงู ไม่ควรจับหรือตีด้วยตัวเอง ควรแยกเด็กและสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่ เว้นระยะ และแจ้งเจ้าหน้าที่ที่มีอุปกรณ์เหมาะสม หลังนำงูออกแล้วควรตรวจหาช่องทางเข้าและปัจจัยดึงดูด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำ

หากบ้านมีหนู พื้นที่รกร้าง ช่องทางเข้าหลายจุด หรือเคยพบงูมากกว่าหนึ่งครั้ง ให้ทีม Happy House ช่วยสำรวจจุดเสี่ยง ตรวจแหล่งอาหารและบริเวณหลบซ่อน พร้อมแนะนำแนวทางป้องกันงูและควบคุมสัตว์รบกวนให้เหมาะกับพื้นที่บ้าน
สอบถามรายละเอียดบริการป้องกันงูและควบคุมสัตว์รบกวนเพิ่มเติมได้ที่
Line : @happycm
Web Site : https://www.happyhouse.co.th/
โทร : 065-648-8828
E-Mail : [email protected]
Facebook Page : HappyHouseCM




